หุ้น JMT เปิดเทรดวันแรกที่ 12 บาท สูงขึ้น 8 บาท(+200%)จากราคาขาย IPO ที่ 4 บาท/หุ้น บล.เอเชีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์แนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็สฯ(JMT)จัดเป็นหุ้น Growth stock ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิเชิงรุกในระยะ 3 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งมี ROE เฉลี่ยสูงเกิน 20% ในแต่ละปี อีกทั้งยังมีการจ่ายเงินปันผลระดับสูงด้วยคาดการณ์ payout ratio ที่ระดับเฉลี่ยถึง 70% p.a. จะให้ Div yields เฉลี่ยที่สูงถึง 6-10% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมกำหนด Fair value ปี 2556 อิง PBV เฉลี่ย 3.07 เท่า คือ 6.88 บาท จากราคา IPO ที่ 4 บาท

แนวโน้มการเติบโตเชิงรุกของธุรกิจบริหารหนี้และเช่าซื้อรถยนต์มือสองถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของรายได้รวมของ JMT ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินลงทุน ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มพอร์ตรับซื้อหนี้เข้ามาบริหารไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท/ปี รวมถึงเพิ่มพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ปล่อยใหม่ในแต่ละปีเฉลี่ยตั้งแต่ 100-600 ล้านบาท โดยฝ่ายวิจัยคาด EPS ปี 2555-57 จะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 36.2% p.a.(CAGR) สูงสุดในกลุ่มบริษัทเงินทุนฯที่ศึกษา

ภายหลังจากการสั่งสมและบ่มเพาะประสบการณ์ด้านการติดตามและบริหารหนี้มานานกว่า 18 ปี ด้วยความชำนาญในธุรกิจจนสามารถยกระดับขึ้น เป็นผู้นำในธุรกิจติดตามหนี้ของประเทศ ด้วยบทพิสูจน์ความสำเร็จจากผลงานการจัดเก็บหนี้ซึ่งได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพจากผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่ อีกทั้งอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากธุรกิจบริหารหนี้ (รับซื้อหนี้) ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยเกือบ 130% บวกกับแนวโน้มการเติบโต ของธุรกิจใหม่ซึ่งได้แก่ การให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ยังเห็นทิศทางที่สดใสมาก จึงถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET เพื่อระดมเงินทุนผ่านการทำ IPO ครั้งนี้ จำนวน 75 ล้านหุ้น

โดยแบ่งการจัดสรรหุ้นเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 45 ล้านหุ้น (คิดเป็น 20% ของทุนเรียกชำระแล้วก่อนทำ IPO) เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ JMART ตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใน JMART (Pre-emptive right) และ 2) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 30 ล้านหุ้น (คิดเป็น 13.33% ของทุนเรียกชำระแล้วก่อนทำ IPO) เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมไว้เป็นเงินสำรองสำหรับการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหาร และ สำหรับการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง นอกจากนี้ ยังเตรียมไว้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณบวกของบริษัทฯ ถึงความพร้อมสำหรับแผนการเติบโตที่จะเป็นไปในเชิงรุกมากในช่วง 3 ปีข้างหน้า